พิพิธภัณฑ์ที่ปราศจากประตูทางออก

มีสถานที่ 2 แห่งที่ทำให้ผมนึกถึงการเดินออกไปในที่โล่งแจ้ง สถานที่แรกนั้น คือพิพิธภัณฑ์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์แห่งนานกิง ผมเอามือล้วงกระเป๋าเสื้อกันหนาวเดินตามกลุ่มชาวจีนเข้าไปในสถานที่แห่งนั้นในวันที่อากาศหนาวเหน็บอย่างยิ่ง ก่อนที่ผมจะพบว่า ไม่ได้มีเพียงอุณหภูมิที่ต่ำลงเท่านั้นที่ทำให้คนเรารู้สึกหนาวเหน็บ แต่ความเศร้าก็ทำให้เรารู้สึกหนาวเหน็บได้เช่นกัน เพราะผมรู้สึกเช่นนั้น เมื่อยืนอยู่ท่ามกลางชิ้นส่วนทางประวัติศาสตร์ที่มืดมิดและต่ำช้าที่สุดครั้งหนึ่งของโลก

How does ‘Mae Fah Luang Approach’ solve bald mountains: Part 1

If we thought about ‘Nan’, the northern province of Thailand, people will rewind their faded memory about the scenery of endless bald mountains. This area was the highest and fastest deforestation area in Thailand. People blamed those hill tribes as the destroyer of the forest. ‘King Bhumipol’s Philosophy’ and ‘Mae Fah Luang Approach’  think difference.Continue reading How does ‘Mae Fah Luang Approach’ solve bald mountains: Part 1

ศาสตร์พระราชา ตำราแม่ฟ้าหลวง แก้ภูเขาหัวโล้นได้อย่างไร ตอนที่ 2

จากที่เคยยากจนข้นแค้นในอดีต ข้าวก็ไม่พอกิน เป็นหนี้สินล้นพ้นตัว พอเข้าโครงการปลูกป่าสร้างคน บนวิถีพอเพียง ที่มูลนิธิปิดทองหลังพระ มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงและจังหวัดน่าน นำศาสตร์พระราชาและตำราแม่ฟ้าหลวงมาบูรณาการ ชาวบ้านเริ่มมีรายได้พอใช้หนี้ มีข้าวพอกินทั้งปี ชีวิตเริ่มอยู่รอด โครงการจะค่อยๆแนะนำพวกเขาเข้าสู่ขั้นที่ 2 นั่นคืออยู่อย่างพอเพียง เริ่มส่งเสริมปลูกป่าเศรษฐกิจ และป่าใช้สอย

ศาสตร์พระราชา ตำราแม่ฟ้าหลวง แก้ภูเขาหัวโล้นได้อย่างไร ตอนที่ 1

ถ้าพูดถึงจังหวัดน่าน ภาพจำของผู้คน คือภูเขาหัวโล้นสุดลูกหูลูกตา ถือเป็นพื้นที่ที่มีอัตราการตัดไม้ทำลายป่าสูงและเร็วที่สุดในประเทศไทย และชาวเขาคือผู้ทำลายป่า แต่ศาสตร์พระราชาและตำราแม่ฟ้าหลวง กลับมองอีกแบบ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชทรงมองว่า การที่พวกเขาตัดไม่ทำลายป่า ก็เพราะพวกเขายากจนและขาดโอกาส ต้องช่วยเหลือเขาด้วยความเข้าใจ เข้าถึง แล้วจึงพัฒนา ขณะที่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ทรงมองว่า เพราะความเจ็บ ความจน ความไม่รู้ ทำให้พวกเขาอยู่ในวังวันของความยากจน ไม่มีใครอยากเป็นคนไม่ดี แต่พวกเขาขาดโอกาสในการทำความดีต่างหาก นี่คือจุดเริ่มต้นของการมองที่แตกต่างจากระบบราชการในอดีต

ซาเซน : บางครั้งฉันนั่งและคิด บางทีฉันก็นั่งเฉย ๆ

ห้าโมงเย็นภายในอารามเงียบสงัด สถานที่ศักดิ์สิทธิ์นี้ไม่อนุญาตให้ฆราวาสเข้าได้ ป้ายขนาดใหญ่แขวนเหนือบานประตูหน้าหอฝึกสมาธิ เขียนบอกกฎเกณฑ์ที่พระจำต้องปฏิบัติ ไม่ว่าในเป็นเรื่องการนั่งซาเซน การปิดวาจา ไปจนถึงการถอดรองเท้า กฎข้อสุดท้ายเขียนไว้ว่า ‘ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามกฎถือเป็นผู้ที่ขัดขวางการฝึกฝนของผู้อื่นจะถูกไล่ออกจากสำนักและไม่สามารถกลับเข้ามาในวัดได้อีก’ ความเคร่งครัดทำให้พระใหม่จำนวนไม่น้อยต้องปรับตัว เพื่อดำเนินไปสู่การตระหนักรู้อย่างถูกทาง