วิ่งขึ้นหน้า เดินตามหลัง กับหมอเดินดอย

เดี๋ยวพี่ขอออกไปถ่ายรูปเล่นก่อนนะ

ประโยคแสนธรรมดา แต่เป็นอันรู้กันระหว่างพี่ช่างภาพกับทุกคนในทีม ผมจึงไม่รีรอรีบขอตัวตามลงไปติดๆ ฝากทุกอย่างไว้กับลุงเดช คนขับรถโฟว์วีลมือฉมังผู้เคยท่องไปแล้วทั่วพื้นที่อำเภออมก๋อย หลังจากดับเครื่องยนต์ดูชั้นเชิงได้ไม่นาน ผู้เฒ่าวัยเก๋าจึงได้ฤกษ์เข้าเกียร์บึ่งล้อสู้กับโค้งหักศอกลงเขา นี่อาจเป็นสถานการณ์ที่ฟังดูแล้วติดตลกหากเรากำลังอยู่บนถนนลาดยางปกติ แต่ในตอนนั้นตัวผมเองก็แอบหวั่น เพราะทางข้ามภูเบื้องหน้าของเราหลงเหลือสภาพที่เป็นได้เพียงแค่ทะเลโคลนเท่านั้นเอง

 

IMG_20170726_083327.jpg

ยิ่งเฝ้าดูสี่ล้อลื่นไถลผ่านเนินลงไป ยิ่งตื่นเต้นในใจลึกๆ ว่าการเดินทางของจริงมันได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว

แต่ทำไมต้องเป็นที่นี่ ทำไมต้องเป็นช่วงเวลานี้ และทำไมต้องเดิน ? คำถามในใจผมกับการมาออกกองถ่ายทำครั้งแรกยังคงคั่งค้างอยู่มากมาย เมื่อต้องมาติดตามการทำงานหน่วยแพทย์เคลื่อนที่เดินเท้ามูลนิธิแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี หน่วยแพทย์ที่รวมแรงจิตอาสาจากเหล่าแพทย์ พยาบาล ผู้ทำงานด้านสาธารณสุข ตลอดจนบุคคลทั่วไปในเครื่องแบบเทากระเป๋าเขียวที่ชาวบ้านต่างคุ้นตาและพากันเรียกพวกเขาว่า “หมอเดินดอย”

IMG_20170725_101128.jpg

ขณะสลับเท้าวิ่งขึ้นหน้าถ่ายภาพเหล่าคาราวานหมอ ผมปฏิเสธไม่ได้ถึงสภาพแวดล้อมที่ยากจะลืมเลือนของที่นี่ ทั้งทิวเขาเขียวขจี ต้นน้ำ อากาศบริสุทธิ์ และทากดูดเลือด สิ่งมีชีวิตตัวจ๋อยที่เป็นเกณฑ์ชี้วัดความอุดมสมบูรณ์ของป่าไม้ได้อย่างดีเยี่ยม ถึงอย่างนั้นอำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ก็ยังติดอันดับต้นๆหนึ่งในเขตพื้นทุรกันดารของประเทศ เพราะทุกๆดอยที่เราเห็นนั้นยังเป็นที่ซ่อนตัวของหมู่บ้านชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยงหลายร้อยหลังคาเรือน

IMG_20170724_145606.jpg

คงเป็นที่น่าใจหายอย่างนึงว่าท่ามกลางวิถีชีวิตอันเรียบง่ายชวนดั่งบทเพลงโฟล์คซองคำเมืองของคุณจรัล มโนเพ็ชร กลับถูกเคลือบไปด้วยปัญหาการเข้าไม่ถึงสาธารณูปโภคและสาธารณูปการขั้นพื้นฐาน ทั้งไฟฟ้า ประปา การสร้างรายได้ การศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งการได้รับการรักษาอย่างมีประสิทธิภาพ

IMG_20170728_082309.jpg

ไม่ทันที่ชุดยาชุดสุดท้ายจะถูกแจกแจงออกจากเป้หมอ เม็ดฝนน้อยก็เริ่มสาดไล่ลงมาจากดอยลูกหน้า อีกไม่นานคงจะเปลี่ยนเป็นม่านห่าฝนเม็ดโต ถึงครานั้นมันไม่ได้หยุดชาวบ้านให้ตะลุยโคลนมาหาหมอได้เลย พวกเขาบ้างติดรถเครื่องพากันมาจากอีกหย่อมบ้าน บ้างมากันเป็นครอบครัว บ้างหิ้วลูกน้อยคล้องผูกติดหลัง และบ้างเดินมาพร้อมสองเท้าเปล่าคู่ใจ คงไม่ต้องให้มีการต้อนรับหรือกล่าวเปิดงานใดๆ หากแต่เพียงผู้คนที่เติมเต็มให้อาคารเรียนไม้ให้ดูเล็กลงไปผิดตาก็เป็นสัญญาณเป็นอันเริ่มพิธี

ฤดูฝนกลายมาเป็นช่วงเวลาที่ชาวบ้านต้องการหมอมากที่สุด หากพลาดวันนี้ไปโอกาสที่พวกเขาจะได้เจอหมออีกครั้งดูเป็นหนทางที่ลำบากยิ่งกว่า ต้องเสี่ยงใช้เวลาหลายวันเดินลงดอย และต่อรถจากหมู่บ้านลงเขาเข้าโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด มันจึงต้องแลกมาด้วย แรง คน และเงินตรา หลายชีวิตจึงอาจเลือกจะเผชิญหน้ากับความเจ็บป่วยด้วยความจำทนเพราะความไม่มี

IMG_20170728_081220.jpg

 

สองขาผมย่ำทางโคลนเลาะเดินตามหลังขบวนหมอด้วยเรี่ยวแรงที่ไม่เป็นไปตามความคิด แต่ยังอุ่นใจด้วยมีคนในพื้นที่เป็นเพื่อนนำทาง ห้วงขณะที่ในหัวมีเพียงคำว่าเหนื่อย

 “ทางแค่นี้จิ๊บๆครับ ชาวบ้านใช้เดินขึ้นดอยไปกลับบ้านกันทุกวันเลย วันละเป็นสิบๆรอบ”

ประโยคสั้นๆที่เขาเอ่ยขึ้นทั้งรอยยิ้มปนหัวเราะ ยิ่งผมเฝ้ามองรอยเท้าของเขาที่นำหน้าทุกรอยไปอย่างเชี่ยวชาญ ยิ่งทำให้ผมเข้าใจว่าเราทุกคนย่อมมีที่ของตนเอง ที่ๆเราอยู่แล้วมีความสุข ที่ๆเราเรียกว่าบ้าน  บ้านแต่ละคนย่อมแตกต่างกัน แต่สิ่งที่เหมือนกันคือ คงไม่มีใครอยากทิ้งบ้านและตัวตนของตัวเองไปตลอดกาล

IMG_20170726_075252.jpg

หมอเดินดอยอาจไม่มีทุนทรัพย์พอที่จะทำให้บ้านของพวกเขามีโรงพยาบาลถาวร ไม่อาจมีอำนาจสั่งตัดถนนเข้าบ้านทุกหลัง แต่สิ่งที่พวกเขาทำได้คือการเดิน เดินเพื่อทลายข้อจำกัดทางเส้นทาง เพราะคงไม่มีหนทางใดที่เข้าไปไม่ถึงได้ด้วยสองเท้า และเหนือสิ่งอื่นใดคือการเดินเพื่อรับรู้ความเข้าใจ เพื่อให้รู้ว่าทุกก้าวที่พวกเขาอุทิศไปนั้นแลกมาด้วยสิ่งที่ล้ำค่าที่สุดอย่าง โอกาส

เราอาจเคยได้ยินประโยคที่ว่า “วงจรคน เจ็บจนโง่”

IMG_20170728_082309

วงจรจะถูกปิดได้นั้น ต้องปิดทุกปัญหาไปพร้อมกัน ไม่เช่นนั้นปัญหาทั้งสามจะคงอยู่ต่อไป เพราะทุกปัญหาล้วนแล้วเกี่ยวโยงสัมพันธ์กัน ขาดการรักษา ขาดการสร้างรายได้ ขาดความรู้ คำพูดหนึ่งของคุณหมอบุญชวน มูลละ หมอเดินดอยต้นแบบผู้เดินทางไปพร้อมกับเหล่าแพทย์อาสาทุกคน บอกกับผมในวันสุดท้ายก่อนลงเขา ทุกอย่างจะสำเร็จได้ด้วยเชิงรุกอย่างตรงจุด และถนนสู่การแก้ปัญหา อาจง่ายเพียงแค่การสร้างความเข้าถึง

ในขณะที่การพัฒนาต้องการวิ่งขึ้นหน้า ก็ขอให้อย่าลืมว่าต้องเดินตามหลังด้วยเช่นกัน เพราะการเดินที่มีประสิทธิภาพไม่ใช่การมุ่งไปด้วยความเร็ว แต่คือการไม่ลืมคนข้างหลัง เพื่อพาทุกๆคนไปถึงปลายทางที่เรียกว่าจุดหมาย ด้วยกัน

 

PRODUCER’S DIARIES

การเดินทางของ ‘อาร์ม’ อชิรวิทย์ เฮงทวีทรัพย์ โปรดิวเซอร์สารคดีชุด The Working Monarch 

CreatFonHandbill03-01

Published by