‘ชมป่าที่คนภูฏานแสนหวง’ ทำไมผู้คนดินแดนมังกรสายฟ้าถึงหวงแหนธรรมชาตินัก

หลังจากที่เครื่องบินพยายามลงจอดด้วยการทำมุมเอียง 45 องศาเฉียดหน้าผาใกล้สนามบินประจำชาติภูฏาน ณ เมืองพาโร

ชายร่างยักษ์ที่นั่งข้างๆ ดูขัดกับเก้าอี้ผู้โดยสารสายประหยัด ชี้นิ้วใหญ่ๆออกไปยังหน้าต่างเครื่องบินด้วยภาษาอังกฤษสำเนียงไม่คุ้นหู

“คุณดูซิ ประเทศของเรามีพื้นที่ป่ามากถึง 70% และอีก 60% เป็นพื้นที่ป่าที่ได้รับการคุ้มครอง นั่นทำให้ประเทศของเราเป็นจุด ‘ฮอตสปอต’ ของระบบชีวนิเวศที่สมบูรณ์แบบที่สุดแห่งหนึ่งของโลก”

ชายร่างยักษ์กล่าวด้วยน้ำเสียงภาคภูมิใจขณะจ้องมองทิวเขาที่เขียวชอุ่มสุดสายตา เราพนันได้เลยว่า ชายคนนี้คงเห็นทิวทัศน์นี้เป็นพันๆครั้งแล้วในชีวิต แต่ดูเหมือนเขาจะไม่ละสายตาที่จับจ้องอยู่เลย

“พวกคุณมาทำอะไรที่ภูฏาน ประเทศของเราดึงดูดอะไรคุณ” ชายร่างยักษ์ถามโดยสายตาไม่ได้ละทิวเขามหึมา เสียงเครื่องบินกางล้อเตรียมลงจอด

“พวกเรามาถ่ายทำสารคดี” แก้วขวัญโปรดิวเซอร์สาวของเราตอบ

“ยินดีด้วย! คุณมาประเทศที่เหมาะที่สุดกับจุดประสงค์ของคุณแล้ว” ชายร่างยักษ์ยิ้มให้ ทั้งๆที่ตลอด 2 ชั่วโมงเราแทบไม่ได้คุยกันเลยจนกระทั่งเครื่องบินเลี้ยวผ่านยอดเขาเพื่อลงจอดที่ท่าอากาศยานพาโร

IMG_20171012_155030.jpg
เมืองพาโร (Paro) ประเทศภูฏาน

สำหรับการทำสารคดี หากได้ยินคำพูดเช่นนี้ก็เสมือนกับการได้รับพรให้ใจชุ่มชื่น พวกเราเองตื่นเต้นที่จะได้ถ่ายทำสารคดีตลอด 17 วันในประเทศภูฏาน ซึ่งหลายคนจัดให้เป็นประเทศในฝันที่อยากมาเยือนสักครั้งในชีวิต โดยเฉพาะพุทธศาสนิกชนที่ใคร่สนใจพุทธศาสนาแบบวัชรยาน โดยศาสนาพุทธเป็นจุดเริ่มต้นของการปกครองประเทศภูฏานที่เบ่งบานนานหลายร้อยปี แม้ได้รับอิทธิพลโดยตรงจากธิเบต แต่พุทธศานาค่อยๆสอดรับเข้ากับชีวิตของคนในพื้นที่จนมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง

IMG_20171011_060346.jpg
ยอดเขาเชเลลา (Chele La) เต็มไปด้วยธงมนต์ที่ผู้ศรัทธาขึ้นมาปัก

ถึงพวกเราจะได้รับมอบหมายบอกเล่าเรื่องราวในสารคดีชุด Tipitaka : The Living Messages เพื่อติดตามเรื่องราวความผูกพันของชีวิตผู้คนและพุทธศาสนาในภูฏาน แต่เราไม่สามารถมองข้ามความโดดเด่นของธรรมชาติในภูฏานได้แม้แต่น้อย

ทุกมุมกล้องที่หันไปบันทึก ทุกเฟรมภาพล้วนถูกโอบล้อมด้วยความเขียวขจีของนานาพืชที่พร้อมหายใจและคายอากาศร่วมกันกับพวกเรา หากธรรมชาติเองจะสอดแทรกในทุกอณูแนวคิดของชาวภูฏาน ศาสนาอาจเป็นเครื่องมือที่งดงามไม่แพ้กันในการทำให้ชีวิตมนุษย์อยู่กับธรรมชาติได้อย่างกลมกลืนที่สุด

IMG_20170928_170833.jpg
ไลเคน (Lichen) เกาะตามต้นไม้แสดงถึงความอุดมสมบูรณ์ของน้ำและมลภาวะที่น้อยในป่าของภูฏาน

 

เครื่องลงจอดเรียบร้อยดี แม้ต่อมความหวาดเสียวจะทำงานไปหลายตลบ อากาศเย็นสะอาดที่หายใจเต็มปอดเฮือกใหญ่สร้างความกระปรี้กระเปร่าจนลืมความเบียดเสียดของเครื่องบินชั้นประหยัด โชคดีที่การเดินทางครั้งนี้เรามีนัดกับสถานที่สำคัญต่างๆในภูฏานตลอด 17 วัน ซึ่งล้วนข้องเกี่ยวข้องกับสภาพแวดล้อมและผู้คน อะไรทำให้ผู้คน ณ ดินแดน “มังกรสายฟ้า” หวงแหนธรรมชาตินัก และการใช้ชีวิตในพื้นที่ป่าหล่อหลอมให้พวกเขามีศรัทธาต่อธรรมชาติอย่างไร

“ต้นไม้ทุกต้นที่คุณตัด จะต้องปลูกคืน หากคุณจะทำถนนเข้าสู่บ้านที่อาจจำเป็นต้องตัดต้นไม้ 4 ต้น คุณก็ต้องเตรียมปลูกคืนอีก 4 ต้นเช่นกัน”  ไกด์ประจำทีมบอกเหตุผล ว่าทำไมเขายังไม่สามารถทำทางเข้าบ้านได้สักที

คนภูฏานค่อนข้างจริงจังกับธรรมชาติ ทุกๆที่มักมีป้ายเพื่อกระตุ้นเตือนไม่ให้คนหลงลืมหรือทำร้ายผืนป่าจากกิจกรรมต่างๆ รัฐมีกฎหมายที่เข้มงวดคอยกวดขัน แต่ดูเหมือน “กฎหมู่” ของชุมชนเองจะเข้มงวดกว่า จนไม่ค่อยมีใครกล้าละเมิด

vlcsnap-2017-10-03-21h16m43s406.png
ทาคิน (Takin) – ชื่อวิทยาศาสตร์ Budorcas taxicolor
.
สัตว์สุดพิลึกแห่งหิมาลัย เป็นสัตว์กีบคู่ วงศ์ย่อยแกะและแพะ (Caprinae) อยู่ในสถานะเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ Vulnerable (IUCN 3.1)

ประเทศภูฏานมีปริมาณทรัพยากรธรรมชาติสวนทางกับเทรนด์โลกในปลายศตวรรษที่ 20 ซึ่งพื้นที่ป่าในหลายประเทศสูญเสียไปแล้วไม่ต่ำกว่า 50% แต่ป่าในภูฏานยังเหลือรอดอยู่ โดยเฉพาะทางด้านตะวันออกของเทือกเขาหิมาลัย ด้วยสภาพภูมิประเทศเทือกเขาสูง (alpine) ทำให้ฝั่งตะวันตกได้รับอิทธิพลน้ำฝนจนชุ่มฉ่ำตลอดปี เป็นปัจจัยให้ป่าได้รับน้ำมากช่วยการเจริญเติบโตจนมีความหลากหลายทางชีวภาพสูง ทั้งพันธุ์ไม้เขตร้อนชื้นและป่าสนเมืองหนาวสลับกันอย่างวิจิตร

vlcsnap-2017-10-03-21h01m30s906
นกเขนดำ (Black Redstart) – ชื่อวิทยาศาสตร์ Phoenicurus hodgsoni
.
หากินแมลงที่บินเหนือลำธารใกล้น้ำตกในทิมพู

แต่ก่อนภูฏานก็ไม่ได้หวงพื้นที่ป่าขนาดนี้ เพราะพลังงานหลักที่ประเทศใช้คือพลังงานที่ได้จากป่าไม้โดยตรง ชาวบ้านตัดไม้เพื่อใช้เป็นฟืนหุงต้ม ให้ความอบอุ่นในหน้าหนาว หรือนำไปเป็นเชื้อเพลิงผลิตกระแสไฟฟ้าที่ค่อนข้างดุเดือดพอสมควร จนกระทั้งรัฐได้ริเริ่มลงทุนโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำ ทำให้ในปี 1980 เป็นต้นมาโครงการอนุรักษ์ป่าจึงเป็นรูปเป็นร่างและทวีความจริงจังจนเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์หลักของชาติในการนิยามความสุขมวลรวมชาติ (Gross National Happiness) หรือ GNH  ซึ่งขณะนั้นองค์กรนานาชาติก็มีส่วนร่วมเข้ามาสนับสนุนประเทศภูฏาน เช่น องค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล (WWF) ส่งเจ้าหน้าที่ให้ความรู้การจัดสรรพื้นที่และการบริหารอุทยานธรรมชาติให้เป็นระบบ  นอกนั้นทรัพยากรอื่นทั้งน้ำมันและแรงงานล้วนนำเข้าจากอินเดียทั้งหมด การมีพลังงานน้ำเพียงอย่างเดียวจึงไม่ใช่หลักประกันถึงเสถียภาพทางเศรษฐกิจที่แน่นอน “ความประหยัด” คือหัวใจการใช้ชีวิตของผู้คนที่นี้อยู่ดี

 

IMG_20171006_080015.jpg
ภูฏานเป็น Biodiversity Hotspot มีพื้นที่ป่าในประเทศ 72.5% เป็นสิ่งที่คนประเทศนี้ภาคภูมิใจ Bird of Bhutan ฉบับแรกพิมพ์ปี 1994 ด้วยงบของ Ministry of Agriculture และ WWF Bhutan Programme เล่มล่าสุดคือปี 1999

 

เมื่อคุณมีโอกาสอยู่ในภูฏานก็ไม่ควรพลาดที่จะส่องนก มีนกถูกบันทึกในประเทศราว 670 สายพันธุ์ที่ล้วนแปลกตา ร้านหนังสือเล็กๆในเมืองทิมพูมีหนังสือคู่มือสำหรับดูนก Bird of Bhutan รูปเล่มสวยงามราคาเพียง Nu 900 (400 บาทไทย) ที่น่าซื้อติดมือไปด้วยเวลาออกสำรวจป่า น่าเสียดายที่ตารางการถ่ายทำของเราไม่ได้มีเส้นทาง Trekking ที่ต้องเดินเท้าเข้าไปตามจุดต่างๆที่ลึกและสวยงามกว่า เนื่องจากบางเส้นทางอาจใช้เวลาเดิน 3 วันจนถึง 20 วันเลยก็มี

 

IMG_20171006_103833.jpg
ถ้ามีเวลาเหลือ ต้องไม่ลืมถ่ายธรรมชาติ

 

แม้การถ่ายทำของเราวนเวียนอยู่แถวหมู่บ้านและศาสนสถานเป็นหลัก แต่ก็มักมีสรรพชีวิตมาแวะเวียนมาทักทายอยู่เสมอ ทีมงานจึงมักหยุดพักเก็บภาพธรรมชาติเผื่อไว้จนเป็นที่รู้ใจกัน ใครตาดีหน่อยก็ชี้มือชี้ไม้เป็นการบอกกล่าว (แต่ส่วนใหญ่มักเผลอตะโกนด้วยความตื่นเต้น จนนกแตกรังอยู่ดี)

3 เมืองที่เราถ่ายทำเป็นหลัก คือ พูนาคา ทิมพู และพาโร ต่างมีสภาพบรรยากาศที่แตกต่างกันอย่างน่าประหลาดใจ พูนาคาร้อนอบอ้าวคล้ายประเทศไทย ทิมพูในส่วนที่ห่างจากชุมชนเมืองยังคงดิบชื้นและเต็มเป็นด้วยธารน้ำ ส่วนพาโร่มีลักษณะเป็นหุบเขาสูงชันของป่าสน ดังนั้นการเดินทางไปมาสลับระหว่าง 3 เมืองจึงเป็นการเปลี่ยนบรรยากาศถ่ายทำไปในตัว

PANA8160.JPG

vlcsnap-2017-10-20-16h03m05s235.png

หลักคำสอนของศาสนามีส่วนสำคัญที่ทำให้คนภูฏานหวงแหนธรรมชาติ เพราะขึ้นชื่อว่า คนภูฏานจะไม่ทำลายล้างชีวิตใดๆ เป็นกฎเกณฑ์ที่ทุกคนต้องยอมรับร่วมกัน แม้จะมีทรัพยากรสมบูรณ์แค่ไหนก็ไม่ใช่เหตุผลที่จะต้องตักตวงมาใช้พร่ำเพรื่อ ผนวกกับภูฏานเป็นประเทศที่คัดกรองนักท่องเที่ยวค่อนข้างเข้มงวด รับเพียงจำนวนจำกัด ด้วยนโยบาย “High Value. Low Impact” สำหรับบางที่ต้องมีการวางแผนกับบริษัทนำเที่ยวก่อน เพื่อไม่ให้จำนวนนักท่องเที่ยวมากจนไม่สมดุลกับช่วงเวลาที่ธรรมชาติใช้ในการฟื้นตัว

 

vlcsnap-2017-10-17-15h53m46s061.png
นกนัทแครกเกอร์ลายจุด (Spotted Nutcracker) ชื่อวิทยาศาสตร์ Nucifraga caryocatactes อยู่ในวงศ์นกกา (Corvidae)
.
เจออยู่ชุกชุมบนยอดเขา Chele La ของประเทศภูฏาน ความสูงเหนือน้ำทะเล 3,988 เมตร เกาะตามธงมนต์หรือบนยอดสน ปากแหลมคมใช้ในการจิกกินลูกสนที่มีเปลือกแข็ง มีนิสัยกักตุนอาหารไว้ในรัง และเมื่อจับคู่กันแล้ว จะไม่เปลี่ยนคู่ครองตลอดชีวิต

 

IMG_20171013_101357.jpg

IMG_20171011_060009.jpg
พระอาทิตย์ขึ้นที่ยอดเขาเชเลลา (Chele La)

ทีมงานของเรายังเจอเรื่องน่าสนใจตลอดการถ่ายทำที่ผู้คนในภูฏานถ่ายทอดความผูกพันของพวกเขากับสรรพสิ่งรอบตัวโดยไม่เกื้อเขิน

ติดตามเรื่องราวของภูฏานต่อในบทความต่อไป

เรื่องราวของการเดินทาง ธเนศ รัตนกุล และทีมถ่ายทำภูฏาน จากสารคดีชุด Titpitaka : The Living Messages

TIPITAKA1

 

Published by