วิ่งขึ้นหน้า เดินตามหลัง กับหมอเดินดอย

เดี๋ยวพี่ขอออกไปถ่ายรูปเล่นก่อนนะ ประโยคแสนธรรมดา แต่เป็นอันรู้กันระหว่างพี่ช่างภาพกับทุกคนในทีม ผมจึงไม่รีรอรีบขอตัวตามลงไปติดๆ ฝากทุกอย่างไว้กับลุงเดช คนขับรถโฟว์วีลมือฉมังผู้เคยท่องไปแล้วทั่วพื้นที่อำเภออมก๋อย หลังจากดับเครื่องยนต์ดูชั้นเชิงได้ไม่นาน ผู้เฒ่าวัยเก๋าจึงได้ฤกษ์เข้าเกียร์บึ่งล้อสู้กับโค้งหักศอกลงเขา นี่อาจเป็นสถานการณ์ที่ฟังดูแล้วติดตลกหากเรากำลังอยู่บนถนนลาดยางปกติ แต่ในตอนนั้นตัวผมเองก็แอบหวั่น เพราะทางข้ามภูเบื้องหน้าของเราหลงเหลือสภาพที่เป็นได้เพียงแค่ทะเลโคลนเท่านั้นเอง   ยิ่งเฝ้าดูสี่ล้อลื่นไถลผ่านเนินลงไป ยิ่งตื่นเต้นในใจลึกๆ ว่าการเดินทางของจริงมันได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว แต่ทำไมต้องเป็นที่นี่ ทำไมต้องเป็นช่วงเวลานี้ และทำไมต้องเดิน ? คำถามในใจผมกับการมาออกกองถ่ายทำครั้งแรกยังคงคั่งค้างอยู่มากมาย เมื่อต้องมาติดตามการทำงานหน่วยแพทย์เคลื่อนที่เดินเท้ามูลนิธิแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี หน่วยแพทย์ที่รวมแรงจิตอาสาจากเหล่าแพทย์ พยาบาล ผู้ทำงานด้านสาธารณสุข ตลอดจนบุคคลทั่วไปในเครื่องแบบเทากระเป๋าเขียวที่ชาวบ้านต่างคุ้นตาและพากันเรียกพวกเขาว่า “หมอเดินดอย” ขณะสลับเท้าวิ่งขึ้นหน้าถ่ายภาพเหล่าคาราวานหมอ ผมปฏิเสธไม่ได้ถึงสภาพแวดล้อมที่ยากจะลืมเลือนของที่นี่ ทั้งทิวเขาเขียวขจี ต้นน้ำ อากาศบริสุทธิ์ และทากดูดเลือด สิ่งมีชีวิตตัวจ๋อยที่เป็นเกณฑ์ชี้วัดความอุดมสมบูรณ์ของป่าไม้ได้อย่างดีเยี่ยม ถึงอย่างนั้นอำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ก็ยังติดอันดับต้นๆหนึ่งในเขตพื้นทุรกันดารของประเทศ เพราะทุกๆดอยที่เราเห็นนั้นยังเป็นที่ซ่อนตัวของหมู่บ้านชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยงหลายร้อยหลังคาเรือน คงเป็นที่น่าใจหายอย่างนึงว่าท่ามกลางวิถีชีวิตอันเรียบง่ายชวนดั่งบทเพลงโฟล์คซองคำเมืองของคุณจรัล มโนเพ็ชร กลับถูกเคลือบไปด้วยปัญหาการเข้าไม่ถึงสาธารณูปโภคและสาธารณูปการขั้นพื้นฐาน ทั้งไฟฟ้า ประปา การสร้างรายได้ การศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งการได้รับการรักษาอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ทันที่ชุดยาชุดสุดท้ายจะถูกแจกแจงออกจากเป้หมอ เม็ดฝนน้อยก็เริ่มสาดไล่ลงมาจากดอยลูกหน้า อีกไม่นานคงจะเปลี่ยนเป็นม่านห่าฝนเม็ดโต ถึงครานั้นมันไม่ได้หยุดชาวบ้านให้ตะลุยโคลนมาหาหมอได้เลย พวกเขาบ้างติดรถเครื่องพากันมาจากอีกหย่อมบ้าน บ้างมากันเป็นครอบครัว บ้างหิ้วลูกน้อยคล้องผูกติดหลัง และบ้างเดินมาพร้อมสองเท้าเปล่าคู่ใจ คงไม่ต้องให้มีการต้อนรับหรือกล่าวเปิดงานใดๆ หากแต่เพียงผู้คนที่เติมเต็มให้อาคารเรียนไม้ให้ดูเล็กลงไปผิดตาก็เป็นสัญญาณเป็นอันเริ่มพิธี ฤดูฝนกลายมาเป็นช่วงเวลาที่ชาวบ้านต้องการหมอมากที่สุดContinue reading วิ่งขึ้นหน้า เดินตามหลัง กับหมอเดินดอย

เพื่อนใหม่ที่ไร้คำพูด : ซากา ทิเบต

หลังจากที่เราเดินทางออกจากเมืองซากา (Saga) ของเขตปกครองตนเองทิเบตมาสักพักใหญ่   ท้องฟ้าสวยๆและฝูงจามรีทำให้อดไม่ได้ที่จะหยุดรถเพื่อเก็บภาพบรรยากาศ    แม้ถนนที่เชื่อมระหว่างเมืองภายในทิเบตจะไม่เอื้อให้หยุดได้ตามใจนัก เนื่องจากบางช่วงถนนไม่มีไหล่ทาง   ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยไกด์และคนขับจะหาทำเลที่มีพื้นที่กว้างพอจะจอดได้ นั่นก็ไกลพอสมควรทีเดียว แต่ด้วยความกระหายภาพมีมากกว่าความเหนื่อยในที่สุดเรายอมเดินออกจากรถมา  ทิ้งไกด์และคนขับรถไว้ข้างหลัง

พิพิธภัณฑ์ที่ปราศจากประตูทางออก

มีสถานที่ 2 แห่งที่ทำให้ผมนึกถึงการเดินออกไปในที่โล่งแจ้ง สถานที่แรกนั้น คือพิพิธภัณฑ์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์แห่งนานกิง ผมเอามือล้วงกระเป๋าเสื้อกันหนาวเดินตามกลุ่มชาวจีนเข้าไปในสถานที่แห่งนั้นในวันที่อากาศหนาวเหน็บอย่างยิ่ง ก่อนที่ผมจะพบว่า ไม่ได้มีเพียงอุณหภูมิที่ต่ำลงเท่านั้นที่ทำให้คนเรารู้สึกหนาวเหน็บ แต่ความเศร้าก็ทำให้เรารู้สึกหนาวเหน็บได้เช่นกัน เพราะผมรู้สึกเช่นนั้น เมื่อยืนอยู่ท่ามกลางชิ้นส่วนทางประวัติศาสตร์ที่มืดมิดและต่ำช้าที่สุดครั้งหนึ่งของโลก

ศาสตร์พระราชา ตำราแม่ฟ้าหลวง แก้ภูเขาหัวโล้นได้อย่างไร ตอนที่ 2

จากที่เคยยากจนข้นแค้นในอดีต ข้าวก็ไม่พอกิน เป็นหนี้สินล้นพ้นตัว พอเข้าโครงการปลูกป่าสร้างคน บนวิถีพอเพียง ที่มูลนิธิปิดทองหลังพระ มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงและจังหวัดน่าน นำศาสตร์พระราชาและตำราแม่ฟ้าหลวงมาบูรณาการ ชาวบ้านเริ่มมีรายได้พอใช้หนี้ มีข้าวพอกินทั้งปี ชีวิตเริ่มอยู่รอด โครงการจะค่อยๆแนะนำพวกเขาเข้าสู่ขั้นที่ 2 นั่นคืออยู่อย่างพอเพียง เริ่มส่งเสริมปลูกป่าเศรษฐกิจ และป่าใช้สอย

ศาสตร์พระราชา ตำราแม่ฟ้าหลวง แก้ภูเขาหัวโล้นได้อย่างไร ตอนที่ 1

ถ้าพูดถึงจังหวัดน่าน ภาพจำของผู้คน คือภูเขาหัวโล้นสุดลูกหูลูกตา ถือเป็นพื้นที่ที่มีอัตราการตัดไม้ทำลายป่าสูงและเร็วที่สุดในประเทศไทย และชาวเขาคือผู้ทำลายป่า แต่ศาสตร์พระราชาและตำราแม่ฟ้าหลวง กลับมองอีกแบบ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชทรงมองว่า การที่พวกเขาตัดไม่ทำลายป่า ก็เพราะพวกเขายากจนและขาดโอกาส ต้องช่วยเหลือเขาด้วยความเข้าใจ เข้าถึง แล้วจึงพัฒนา ขณะที่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ทรงมองว่า เพราะความเจ็บ ความจน ความไม่รู้ ทำให้พวกเขาอยู่ในวังวันของความยากจน ไม่มีใครอยากเป็นคนไม่ดี แต่พวกเขาขาดโอกาสในการทำความดีต่างหาก นี่คือจุดเริ่มต้นของการมองที่แตกต่างจากระบบราชการในอดีต

ซาเซน : บางครั้งฉันนั่งและคิด บางทีฉันก็นั่งเฉย ๆ

ห้าโมงเย็นภายในอารามเงียบสงัด สถานที่ศักดิ์สิทธิ์นี้ไม่อนุญาตให้ฆราวาสเข้าได้ ป้ายขนาดใหญ่แขวนเหนือบานประตูหน้าหอฝึกสมาธิ เขียนบอกกฎเกณฑ์ที่พระจำต้องปฏิบัติ ไม่ว่าในเป็นเรื่องการนั่งซาเซน การปิดวาจา ไปจนถึงการถอดรองเท้า กฎข้อสุดท้ายเขียนไว้ว่า ‘ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามกฎถือเป็นผู้ที่ขัดขวางการฝึกฝนของผู้อื่นจะถูกไล่ออกจากสำนักและไม่สามารถกลับเข้ามาในวัดได้อีก’ ความเคร่งครัดทำให้พระใหม่จำนวนไม่น้อยต้องปรับตัว เพื่อดำเนินไปสู่การตระหนักรู้อย่างถูกทาง

บุรุษแห่งคันธาระ

ผมยืนเงยหน้าอ่านป้าย Peshawar Museum ที่สลักอยู่บนหินอ่อนสีขาวและผนึกอยู่เหนือประตูทางเข้าอาคาร ซึ่งสร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ.1905 ด้วยความอิ่มเอมใจ สถานที่แห่งนี้เป็นที่เก็บรวบรวมประวัติชีวิตของบุคคลผู้หนึ่งซึ่งทรงอิทธิพลทางความคิดมายาวนานกว่าสองพันห้าร้อยปี และชายผู้นี้ผมอยากเรียกนามของเขาว่า บุรุษแห่งคันธาระ

ลอยโคมแห่งศรัทธา ณ ดินแดนหมื่นเกาะ อินโดนีเซีย

แม้จะมีทะเลขวางกั้น แต่ความศรัทธาของผู้คนก็ลอยไปถึง มันเปลี่ยนท้องฟ้ายามค่ำของดินแดนหมื่นเกาะให้เต็มไปด้วยแสงเทียนแห่งศรัทธา ลอยไปสัมผัสกับปุยเมฆอันไกลโพ้น จนเป็นประสบการณ์อันยากจะลืมเลือน ณ อินโดนีเซีย

หรือภูฏาน จะเป็น ‘สวรรค์’ ของสี่ขา

สำหรับชาวพุทธที่เชื่อว่าชาติหน้ามีจริง มักจะมีคำพูดที่ไว้ถามกันเล่นๆว่า ถ้าเลือกได้ชาติหน้าอยากจะเกิดเป็นอะไร แน่นอนใครๆก็ต้องตอบว่าอยากเกิดเป็นมนุษย์ แต่หลังจากทริปภูฏานครั้งล่าสุด ฉันก็เริ่มคิดว่าอาจจะต้องเปลี่ยนคำตอบของตัวเองใหม่เสียแล้ว ว่าหากเลือกได้จริงๆแล้วละก็ ฉันอาจจะอยากเกิดเป็นหมาภูฏาน!

การเดินทางที่ปราศจากตั๋วกลับบ้าน : Tipitaka

ถนนจาก Agartala สู่ Dhalai นั้นเป็นทางคดโค้งข้ามภูเขา ซ้ำยังมีหลุมบ่อเกือบตลอดทาง กระเป๋าเดินทางของผมกระเด้งกระดอนส่งเสียงกุกกักอยู่ท้ายรถ โชคดีว่าไม่ได้เผลอยัดสิ่งแตกหักได้ลงไป ภายในนั้นมีเพียงสัมภาระสำหรับการใช้ชีวิตในต่างแดนให้รอดปลอดภัยเพื่อกลับคืนสู่มาตุภูมิอย่างสวัสดิภาพ จะว่าไปแล้ว นี่เป็นการเดินทางที่ผมคุ้นชิน การเดินทางแบบที่มีตั๋วไป-กลับแน่นอน การเดินทางในลักษณะนี้ ต่อให้เดินทางไปสุดขอบโลก แต่ปลายทางที่สำคัญที่สุด คือการกลับถึงบ้านอย่างปลอดภัย แต่หลังจากที่ได้พบ Shyana และ Ripana Chakma นั่นเอง ผมจึงเริ่มต้นคำนึงถึงการเดินทางอีกแบบหนึ่ง มันเป็นการเดินทางที่ผมไม่รู้จัก